ข่าวพาดหัวอัคคีภัย

สลด ไฟไหม้ร้านข้าวหมูแดง เจ้าของร้านดับอนาถคาที่พัก ย่านสวนเลียบกัลปพฤกษ์

สลด ไฟไหม้ร้านข้าวหมูแดง เจ้าของร้านดับอนาถคาที่พัก ย่านสวนเลียบกัลปพฤกษ์

วันที่ 21 ก.ค.63 เวลา 18.00 น.
ร้อยตำรวจเอก จิรภัทร แปงใจ รอง สว.สอบสวน สน.บางขุนเทียน ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ้าน บริเวณสวนเลียบถนนกัลปพฤกษ์ จึงรีบจัดกำลังและประสานรถดับเพลิง และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดำเพลิง และอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยไปถึงที่เกิดเหตุ ไฟกำลังรุกไหม้อย่างแรง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงเปิดฝาท่อระบายน้ำ เพื่อดูดน้ำจากท่อเพื่อรอรถน้ำมาสนับสนุน เมื่อใช้น้ำระงับเพลิง ไม่ให้รุกลามไปยังบ้านข้างเคียงและไฟเริ่มสงบลง อาสาจึงเข้าไปฉีดด้านในตัวบ้าน ก็พบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้า ไม่มีเสื้อผ้าปกคลุม ตามร่างกายพบรอยไหม้เกรียมจากโดนไฟไหม้ เมื่อสำรวจรอบๆบริเวณที่เกิดเหตุก็พบว่าด้านหน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายข้าวหมูแดง บ้านเลขที่ 363/1 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาชื่อ นาย อนัน แสงอุไร อายุ 60 ปี
จึงประสานไปกองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อมาตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งนี้

สอบถามจากคุณ นันทวัน ทิมเย็น อายุ 56 ปี เป็นน้องภรรยาผู้ตาย เล่าว่า “ผู้ตายเป็นพี่เขยเรา เมื่อก่อนก็เคยมาช่วยขายของ เป็นร้านข้าวหมูแดง เปิดร้านตั้งแต่ ตี 5 ถึงบ่าย 2 หลังจากจากนั้น เป็นเวลาพักผ่อน ถ้าไม่มีนั่งกินอะไรต่อเค้าก็จะนอน แล้วประมาณ 5 ทุ่ม จะตื่นไปตลาดซื้อของเตรียมขายวันต่อไป เค้าเป็นคนใจดี ปิดร้านแล้วจะนั่งกินเบียร์ เลี้ยงเพื่อนฝูง เวลาพูดจะเป็นคนพูดเสียงดัง เค้าเลิกกับพี่สาวเรานานแล้ว ลูกเค้าก็พักอยู่กับเรา เค้าไปมีภรรยาใหม่ที่อยุธยา แต่อายุมากกว่า เค้าพักที่บ้านนี้คนเดียว จะมีผู้ชายมาข่วยงานที่ร้าน 2 คน คนนึงทำงานขับรถนาย ไม่รู้จักชื่อเค้า อีกคนนึงเป็นใบ้ นอกนั้นก็ไม่รู้แล้ว เพราะไม่ได้มาช่วยงานนานแล้ว มีคนโทรไปบอกว่า ไฟไหม้ร้านข้าวหมูแดงตรงนี้ เราก็อ้าวร้านพี่เขยเรา เลยให้ลูกสาวกับหลานมาดู ก็เพิ่งมาถึงกันค่ะ ”

ทางด้านคุณ นภศร พิมพ์เย็น อายุ 59 ปี เป็นญาติของผู้เสียชีวิต เล่าว่า “ตอนเกิดเหตุเค้าน่าจะเค้าไปนอนพักผ่อน หลังจากปิดร้าน หั่นผัก เตรียมของอะไรของเค้าตามปกติเหมือนทุกวัน แต่ส่วนมากจะนั่งกินเบียร์กันประจำกับผู้ชายอีก 2 คน คนใบ้คนนึง แต่ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว เค้าพักอยู่คนเดียว”

เบื้องต้นกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และแพทย์นิติเวช สันนิษฐานการเสียชีวิตว่าเกิดจากเหตุไฟไหม้ แต่อย่างไรแล้ว ต้องส่งมอบให้กู้ภัยนำร่างส่งสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนจะให้ญาติมาติดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตไปดำเนินการตามพิธีทางศาสนาต่อไป

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าว กทม.