ข่าวพาดหัวอุบัติเหตุ

อุทาหรณ์เตือนภัย หนุ่มใหญ่หวิดดับโรคลมชักกำเริบ ระหว่างขับรถเกือบชนกับเสาไฟฟ้า

อุทาหรณ์เตือนภัย หนุ่มใหญ่หวิดดับโรคลมชักกำเริบ ระหว่างขับรถเกือบชนกับเสาไฟฟ้า

วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.10 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า ภายในซอย สุขสวัสดิ์ 26 จึงรีบรุดจัดกำลังพร้อมอาสาสมัครร่วมกตัญญู ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่พร้อมอาสาสมัครมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณทางเข้าแฟลตทหารเรือ ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางประกอก เขต ราษฎร์บูรณะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร สังเกตุเห็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น TFR สีขาว ทะเบียน 2 ป 9000 จังหวัดกรุงเทพมหานคร จอดนิ่งสนิทอยู่ในลักษณะหน้ารถคันดังกล่าวติดขอบฟุตบาทติดกับเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่

พอตรวจสอบภายในรถพบผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาชื่อนาย วิชิต ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 70 ปี นอนนิ่งอยู่ภายในรถลักษณะมีอาการเกรงตัวตาค้างเป็นพักๆสลับหยุดนิ่ง ถามตอบยังพอรู้เรื่องบ้างไม่ถึงกับหมดสติ แต่มีอาการเบลอๆ อาสาสมัครจึงรีบรุดนำร่างของชายคนดังกล่าวออกจากตัวรถแล้วให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นการเร่งด่วนก่อนที่จะนำส่งต่อที่ โรงพยาบาลบางประกอก 1 ทันที

จากการสอบถาม นาย วิชิต บัวหอม อายุ 38 ปี ผู้ขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้าง บอกเล่าว่า ” เท่าที่ผมเห็นมาก็รถคันนี้ขับมาในลักษณะส่ายไปมาอาการคล้ายกับคนเมาขับรถ แล้วก็มาชนกับท้ายรถน้ำแข็งก่อน แล้วก็ขับพุ่งเข้ามาที่เสาไฟตรงนี้เลย แต่ว่าไม่ได้ชนเสาไฟนะแค่มาหยุดใกล้กับเสาแบบพอดี แล้วตนเองก็เดินไปดูที่คนขับแล้วบอกกับเขาว่าเมื่อกี้ชนรถน้ำแข็งนะ เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาชน แล้วสักพักเขาก็เข้าเกียร์รถไม่ได้เหมือนเขาจะมีอาการเกร็ง ก็เลยให้เพื่อนๆโทรแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาดูอาการเขา”

เบื้องต้นจากการสันนิษฐานแล้วน่าจะเกิดอาการจากโรคประจำตัวที่มีอยู่เพราะเขามีประวัติรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ส่วนที่ไปชนกับรถน้ำแข็งนั้นทางเจ้าของรถเขาก็ไม่ถือสาเอาเรื่อง แล้วที่เสาไฟฟ้าก็ไม่มีร่องรอยของการโดนเฉี่ยวชนแต่อย่างใด ยังถือว่ายังโชคดีที่ไม่มีใครที่ได้รับบาดเจ็บกับเหตุการณ์นี้ จึงอยากจะขอร้องกับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นอุทาหรณ์เลย ถ้าท่านป่วยหรือขับรถไม่ไหวแล้วก็อย่าฝืนที่จะขับอีกเลย เพราะถ้าอาการลมชักเหล่านี้กำเริบแล้วมันจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงกว่านี้ได้ ครั้งนี้ยังถือว่าโชคยังดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรแต่อย่างไรแล้วเคสนี้ขอให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ป่วยโรคลมชักทุกๆท่านให้คิดให้ดีก่อนที่จะขับขี่รถยนต์ หรือ จักรยานยนต์ ทุกครั้ง

โชติกา ม่วงใจรักษ์ ผู้สื่อข่าว กทม.